ETF vs Futures ตัวไหนเหมาะกับกลยุทธ์ของคุณ

2025-01-27
สรุป

การเลือกระหว่าง Futures และ ETF ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงของคุณ โดย Futures เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น ส่วน ETF เหมาะกับการลงทุนระยะยาวที่มีความเสี่ยงต่ำและสะดวกมากกว่า

Futures และ Exchange Traded Funds (ETF) หรือกองทุนรวมดัชนีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเครื่องมือที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการเข้าถึงตลาดการเงิน โดยเฉพาะดัชนีหลัก ๆ เช่น S&P 500 หรือ FTSE 100 แม้ว่าทั้งสองเครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาดได้ แต่มีความแตกต่างในด้านโครงสร้าง ความเสี่ยง และจุดประสงค์การใช้งาน หากคุณกำลังตัดสินใจระหว่างสองตัวเลือกนี้ การเข้าใจคุณสมบัติที่แตกต่างและเลือกให้ตรงกับเป้าหมายการลงทุนของคุณจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

การเทรด futures ด้วยเลเวอเรจคืออะไร - ebc

ทำความเข้าใจ Futures และ ETF

Futures คือ สัญญาข้อตกลงในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ เช่น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสกุลเงินในอนาคตตามราคาปัจจุบัน Futures เป็นเครื่องมือที่มักถูกใช้โดยเทรดเดอร์ที่ต้องการเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาด หรือใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยง จุดเด่นสำคัญ คือ การใช้เลเวอเรจ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถทำการเทรดได้โดยการวางเงินเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่ารวมของสัญญาเท่านั้น


ในขณะที่ ETF คือ กองทุนที่มีการลงทุนตามดัชนีต่าง ๆ โดยแตกต่างจาก Futures ตรงที่ ETF ไม่มีวันหมดอายุหรือข้อผูกพันในการชำระที่เฉพาะเจาะจง และสามารถซื้อขายได้ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนหุ้น ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อขายได้ตลอดทั้งวัน การลงทุนใน ETF จึงสะดวกและเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว โดยไม่ต้องเผชิญกับความซับซ้อนเหมือนการเทรด Futures


สรุปง่าย ๆ คือ Futures เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้นและใช้เลเวอเรจสูง ส่วน ETF เหมาะกับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการความหลากหลายและความสะดวกในการลงทุน


การเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม: Futures vs ETF

เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย Futures และ ETF มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในการเทรด Futures ผู้ลงทุนมักจะซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ โดยค่าธรรมเนียมหลักคือค่าคอมมิชชั่นที่เรียกเก็บต่อสัญญา ซึ่งอัตราค่าคอมมิชชั่นนี้อาจแตกต่างกันไปตามโบรกเกอร์ แต่โดยทั่วไปมักจะไม่สูงนัก อย่างไรก็ตาม การเทรด Futures ยังเกี่ยวข้องกับ "มาร์จิ้น" ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ต้องมีในบัญชีเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการเปิดออเดอร์ นอกจากนี้ หากต้องการขยายตำแหน่งหลังจากสัญญาหมดอายุ ก็อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เรียกว่า "ค่าใช้จ่ายการต่อสัญญา"


ในขณะที่ ETF ก็มีค่าใช้จ่ายที่นักลงทุนต้องพิจารณา โดยค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีจากผู้ให้บริการกองทุน ซึ่งมักจะค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะสำหรับ ETF ขนาดใหญ่ที่มีการซื้อขายแพร่หลาย โดยทั่วไปอัตราค่าธรรมเนียมมักจะต่ำกว่า 0.1% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจสะสมเพิ่มขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว นอกจากนี้ ยังอาจมีค่าธรรมเนียมการซื้อขายเมื่อทำการซื้อหรือขายหุ้น ETF ซึ่งแม้ว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะค่อนข้างต่ำ แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ควรพิจารณา


โดยรวมแล้ว Futures เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูง เนื่องจากค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำและความสามารถในการใช้เลเวอเรจ แต่การใช้เลเวอเรจอาจทำให้ความเสี่ยงของการขาดทุนสูงขึ้น ขณะที่ ETF แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสำหรับการเทรดที่ค่อนข้างกระตือรือร้น แต่เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการความสะดวกและความเสี่ยงที่ต่ำกว่า


สภาพคล่องและเวลาการซื้อขาย: Futures vs ETF

สภาพคล่อง หมายถึง ความสามารถในการซื้อหรือขายสินทรัพย์โดยไม่ทำให้ราคาของสินทรัพย์นั้นขยับมากเกินไป ทั้ง Futures และ ETF ต่างก็มีสภาพคล่องสูง แต่ความแตกต่างกันจะเห็นได้ชัดในแง่ของเวลาการซื้อขายและกลไกที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายนั้น


ตลาด Futures เปิดการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลกได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นข่าวเศรษฐกิจจากเอเชียหรือเหตุการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ Futures ช่วยให้คุณสามารถเทรดได้ตลอดเวลา แต่ต้องระวังว่าในช่วงเวลาที่ตลาดเงียบ สภาพคล่องอาจลดลง ซึ่งอาจทำให้สเปรดกว้างขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าหรือออกจากตลาดได้


ในขณะที่ ETF ซื้อขายในช่วงเวลาปกติของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่สามารถเทรดนอกเวลานั้นได้ แต่ในช่วงเวลาการซื้อขาย ETF จะมีสภาพคล่องสูงมาก โดยเฉพาะ ETF ขนาดใหญ่ที่มีการซื้อขายอย่างหนาแน่น สภาพคล่องที่สูงนี้ทำให้การซื้อขายเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีสเปรดที่แคบ การเทรดส่วนใหญ่จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก


สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นและสามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว Futures อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นการลงทุนระยะยาว เวลาการซื้อขายที่มีข้อจำกัดของ ETF ก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดระยะสั้น


เลเวอเรจและข้อกำหนดมาร์จิ้น: Futures vs ETF

เลเวอเรจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเมื่อเปรียบเทียบ Futures กับ ETF โดยในกรณีของ Futures จะมีการใช้เลเวอเรจอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้เลเวอเรจก็มีความเสี่ยงที่สูงขึ้น หากตลาดเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คาดหมาย นักลงทุนอาจต้องเผชิญกับการขาดทุนที่มากขึ้น ในการเทรด Futures นักลงทุนต้องมีมาร์จิ้นในบัญชีเป็นการค้ำประกันความเสี่ยง หากตำแหน่งที่เปิดไว้ขาดทุน โบรกเกอร์อาจขอให้คุณเพิ่มเงินในบัญชีซึ่งเรียกว่า "มาร์จิ้นคอล (Margin Call)"


ในทางกลับกัน ETF ไม่มีการใช้เลเวอเรจโดยธรรมชาติ ซึ่งหมายความว่าเมื่อคุณซื้อ ETF คุณจะจ่ายเงินเต็มจำนวนในครั้งเดียว และการลงทุนของคุณจะถูกจำกัดตามจำนวนที่คุณลงทุนไป แม้ว่าจะมี ETF ที่ใช้เลเวอเรจสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเพิ่มการลงทุน แต่กองทุนเหล่านี้จะใช้อนุพันธ์เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากดัชนีในแต่ละวัน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทำให้ไม่เหมาะสมสำหรับการถือครองในระยะยาว


ดังนั้น สำหรับเทรดเดอร์ที่เข้าใจความเสี่ยงและการเคลื่อนไหวของตลาด การใช้เลเวอเรจใน Futures อาจเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลกำไร อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ต้องการความเรียบง่ายและความเสี่ยงที่ต่ำกว่า ETF ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่เริ่มต้นการลงทุน

Comparison of Futures vs Index ETFs - ebc

สรุปได้ว่า การเลือกระหว่าง Futures แล ETF ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน การยอมรับความเสี่ยง และสไตล์การเทรดของแต่ละบุคคล โดย Futures เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ เนื่องจากให้ความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้เลเวอเรจได้ และเปิดให้ซื้อขายเกือบตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาโอกาสในการเก็งกำไรหรือการเทรดที่ต้องการความรวดเร็ว ในขณะที่ ETF เป็นทางเลือกที่ง่ายและคุ้มค่าสำหรับนักลงทุนที่ต้องการการลงทุนระยะยาวที่มั่นคง ด้วยความเสี่ยงที่ต่ำกว่าและความซับซ้อนน้อยกว่า ETF จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและไม่ต้องการการจัดการที่ยุ่งยาก การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเครื่องมือทั้งสองจะช่วยให้คุณสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของคุณได้ดียิ่งขึ้น


คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ




เดธครอสคืออะไร? วิธีระบุและแลกเปลี่ยน

เดธครอสคืออะไร? วิธีระบุและแลกเปลี่ยน

Death Cross คืออะไร เรียนรู้วิธีระบุสัญญาณขาลงนี้ ทำความเข้าใจถึงความสำคัญ และใช้กลยุทธ์การซื้อขายหุ้น ฟอเร็กซ์ และสินค้าโภคภัณฑ์

2025-04-03
10 ตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อขายรายวันพร้อมความแม่นยำสูง

10 ตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อขายรายวันพร้อมความแม่นยำสูง

กำลังมองหาตัวบ่งชี้ที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อขายรายวันอยู่ใช่หรือไม่ ลองดูเครื่องมือที่มีความแม่นยำสูง 10 รายการนี้เพื่อช่วยคุณระบุแนวโน้ม โมเมนตัม และการตั้งค่าที่สร้างกำไรได้

2025-04-03
ซื้อเพื่อเปิดหรือซื้อเพื่อปิด: สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องรู้

ซื้อเพื่อเปิดหรือซื้อเพื่อปิด: สิ่งที่เทรดเดอร์ต้องรู้

เรียนรู้พื้นฐานการซื้อเพื่อเปิดหรือซื้อเพื่อปิดในการซื้อขายออปชั่น ค้นพบว่าเมื่อใดควรใช้ประเภทคำสั่งแต่ละประเภทและแต่ละประเภทส่งผลต่อกลยุทธ์การซื้อขายของคุณอย่างไร

2025-04-03