ทำความรู้จักประเภทหลักของโบรกเกอร์ Forex

2025-08-25

โบรกเกอร์ Forex มีบทบาทสำคัญในตลาดสกุลเงิน โดยอำนวยความสะดวกในการเทรด เปิดให้การเข้าถึงแพลตฟอร์มเทรด และนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล โดยทั่วไปโบรกเกอร์เหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ โบรกเกอร์ A-Book (A-Book Brokers) ซึ่งส่งคำสั่งเทรดตรงไปยังตลาด โบรกเกอร์ B-Book (B-Book Brokers) ซึ่งอาจประมวลผลคำสั่งเทรดภายใน และโบรกเกอร์แบบผสม (C-Book Brokers หรือ Hybrid Brokers) ซึ่งผสมผสานองค์ประกอบของทั้ง 2 ประเภทเข้าด้วยกัน ขึ้นอยู่กับขนาดคำสั่งและสภาพตลาด


ด้านล่างนี้ เราจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับโบรกเกอร์แต่ละประเภทอย่างละเอียด เจาะลึกการทำงานของ Market Maker, ECN, STP และ Hybrid brokers จุดเด่นสำคัญ และสิ่งที่เทรดเดอร์ควรพิจารณาเมื่อเลือกโบรกเกอร์ อีบีซี ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (EBC Financial Group) เป็นแหล่งอ้างอิงที่มีประโยชน์สำหรับการเข้าใจรูปแบบเหล่านี้ในทางปฏิบัติ


EBC Financial Group: ตัวอย่างโบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับการกำกับดูแลสมัยใหม่

บริษัทในเครือของ EBC Financial Group อยู่ภายใต้การกำกับดูแลและได้รับอนุญาตในเขตอำนาจศาลท้องถิ่นของตน

EBC Financial Group เป็นผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกที่เปิดให้เทรดออนไลน์ในตลาด Forex สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี และ CFD ของหุ้น ก่อตั้งในปี 2020 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ลอนดอน บริษัทดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่มีชื่อเสียง เช่น FCA (สหราชอาณาจักร), ASIC (ออสเตรเลีย) และ CIMA (หมู่เกาะเคย์แมน) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเทรดที่ปลอดภัยและโปร่งใส


บริษัทให้บริการแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ 5 พร้อมฟีเจอร์แผนภูมิขั้นสูง การเทรดอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ตลาดแบบเรียลไทม์ เงินทุนของลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองผ่านธนาคารชั้นนำและมาตรการประกันภัย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยของ EBC ด้วยการมีเครือข่ายทั่วโลกและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เช่น กับ FC Barcelona EBC Financial Group จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของโบรกเกอร์สมัยใหม่ที่ได้รับการกำกับดูแล


โดยใช้ EBC เป็นกรณีศึกษา เราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทหลักของโบรกเกอร์และความแตกต่างในการดำเนินคำสั่งเทรด การเข้าใจรูปแบบเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเลือกโบรกเกอร์และสภาพแวดล้อมการเทรดที่เหมาะสม


โบรกเกอร์ Market Maker ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ Market Maker ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ Market Maker (MM) หรือที่รู้จักกันในชื่อโบรกเกอร์ Dealing Desk มักทำหน้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับการเทรดของลูกค้า พวกเขากำหนดราคาเองภายในบริษัทและอาจเสนอสเปรดคงที่


ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Market Maker:

  • สามารถให้สเปรดที่เสถียร ซึ่งเป็นประโยชน์ในตลาดที่มีความผันผวนสูง

  • การดำเนินคำสั่งมักเป็นไปอย่างทันที แต่ราคาที่เสนออาจไม่สะท้อนตลาดโดยรวมเสมอไป

  • บาง Market Maker ดำเนินงานแบบ Hybrid บางส่วน ขึ้นอยู่กับขนาดคำสั่งหรือความเสี่ยง


โบรกเกอร์ Market Maker เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ หรือผู้ที่ชอบความคาดเดาได้ของสเปรด แต่ต้องระวังความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพราะโบรกเกอร์อาจได้กำไรจากการขาดทุนของลูกค้า


โบรกเกอร์ ECN ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ ECN ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ ECN (Electronic Communication Network) ส่งคำสั่งเทรดของลูกค้าตรงไปยังผู้ให้สภาพคล่อง เช่น ธนาคารหรือเทรดเดอร์รายอื่น โดยไม่เข้าแทรกแซง


ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโบรกเกอร์ ECN:

  • มีราคาที่โปร่งใส และมักมีสเปรดแคบ

  • การดำเนินคำสั่งรวดเร็วและสะท้อนสภาพตลาดจริง

  • มักคิดค่าคอมมิชชั่นต่อคำสั่งเทรด แทนการเพิ่มสเปรด


โบรกเกอร์ ECN เหมาะกับนักเทรดที่มีประสบการณ์ ต้องการการดำเนินคำสั่งรวดเร็ว และเข้าถึงราคาตลาดจริง


โบรกเกอร์ STP ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ STP ในตลาด Forex

โบรกเกอร์ STP (Straight Through Processing) ดำเนินการคำสั่งผ่านระบบของตนและส่งต่อไปยังผู้ให้สภาพคล่อง บางครั้งผ่าน Bridging Network


ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโบรกเกอร์ STP:

  • เทรดเดอร์มักเห็นสเปรดแปรผันสะท้อนสภาพตลาด

  • คำสั่งถูกดำเนินการอัตโนมัติ โดยปกติไม่ต้องมีการ Re-quote

  • STP ให้สมดุลระหว่าง Market Maker และ ECN มอบสเปรดแข่งขันได้และการดำเนินคำสั่งที่รวดเร็ว


โบรกเกอร์ STP เหมาะกับเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าถึงตลาดโดยตรง พร้อมยังได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่โบรกเกอร์จัดการให้


โบรกเกอร์ Hybrid ในตลาด Forex


โบรกเกอร์ Hybrid ผสมผสานลักษณะของ Market Maker และ ECN/STP ปรับวิธีการดำเนินคำสั่งตามขนาดคำสั่ง ประเภทบัญชี หรือสภาพตลาด


ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโบรกเกอร์ Hybrid:

  • สามารถเสนอสเปรดแคบ และการดำเนินคำสั่งที่โปร่งใส

  • การดำเนินคำสั่งอาจแตกต่างกันตามการบริหารความเสี่ยงภายใน

  • Hybrid มอบความยืดหยุ่นทั้งกับโบรกเกอร์และเทรดเดอร์


โบรกเกอร์ Hybrid เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการความรวดเร็ว โปร่งใส และคุ้มค่า


การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมในตลาด Forex


การเลือกโบรกเกอร์ Forex เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อประสบการณ์การเทรดที่ประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณา ได้แก่:


  • การกำกับดูแล: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น FCA, ASIC, หรือ CIMA

  • รูปแบบการดำเนินคำสั่ง: ระบุว่าโบรกเกอร์ใช้ A-Book, B-Book หรือ Hybrid

  • สเปรดและค่าคอมมิชชั่น: เปรียบเทียบต้นทุนการเทรดอย่างรอบคอบ

  • แพลตฟอร์มการเทรด: ประเมินความใช้งานง่ายและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม

  • การสนับสนุนลูกค้า: การสนับสนุนที่เชื่อถือได้ช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

  • ทรัพยากรการศึกษา: เทรดเดอร์มือใหม่ได้ประโยชน์จากโบรกเกอร์ที่มีบทเรียน คลาสเรียนออนไลน์ และข้อมูลตลาด


เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ เทรดเดอร์จะสามารถเลือกโบรกเกอร์ที่สอดคล้องกับสไตล์การเทรดและเป้าหมายของตน


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)


1. ประเภทหลักๆ โบรกเกอร์ Forex มีอะไรบ้าง?

ประเภทหลักๆ ได้แก่ Market Maker, ECN, STP และ Hybrid โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในด้านการดำเนินคำสั่ง สเปรด และรูปแบบการกำหนดราคา


2. ประเภทของโบรกเกอร์ส่งผลต่อการเทรดอย่างไร?

ประเภทของโบรกเกอร์มีผลต่อความเร็วในการดำเนินคำสั่ง สเปรด ความโปร่งใสของราคา และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น


3. ควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อต้องเลือกโบรกเกอร์?

ควรพิจารณาการกำกับดูแล รูปแบบการดำเนินคำสั่ง ต้นทุนการเทรด คุณภาพแพลตฟอร์ม และทรัพยากรการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพแวดล้อมการเทรดปลอดภัยและเหมาะสม


ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนา (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ทำความรู้จักกับประเภทใบอนุญาต FCA ของสหราชอาณาจักรและเงื่อนไขการสมัคร
ทำความรู้จักโบรกเกอร์ Forex พร้อมเคล็ดลับการเลือกโบรกเกอร์
เทรดทอง เสียภาษีไหม? ไขทุกข้อสงสัยลงทุนทอง
Forex คืออะไร ทำไมถึงเป็นตลาดทุนที่คุณควรให้ความสนใจ