วิเคราะห์แนวโน้มค่าเงิน JPY ปี 2025: ปัจจัยสงครามการค้า ท่าที BoJ และความผันผวนตลาดโลก พร้อมแนวรับ-แนวต้าน USD/JPY ที่นักลงทุนต้องจับตา
ค่าเงิน JPY (เยนญี่ปุ่น) เป็นหนึ่งในสกุลเงินที่นักลงทุนให้ความสนใจในฐานะ "สกุลเงินปลอดภัย" (Safe-Haven Currency) โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินมีความไม่แน่นอนสูง ล่าสุด ค่าเงิน JPY มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ทั้งความกังวลเรื่องสงครามการค้า นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BoJ) และภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน
ในบทความนี้ เราจะวิเคราะห์ ค่าเงิน JPY ทั้งในแง่ของปัจจัยพื้นฐานและทางเทคนิค เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจทิศทางของเยนญี่ปุ่นในระยะสั้นและระยะกลาง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงิน JPY ในปัจจุบัน
1. ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากสงครามการค้า
จากข้อมูลล่าสุด คู่เงิน USD/JPY มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มหันไปถือครองเยนญี่ปุ่นมากขึ้น หลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ส่งผลให้ตลาดกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าที่อาจขยายวงกว้าง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษี 25% สำหรับสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในเดือนมีนาคม อีกทั้งมีการเก็บภาษีเพิ่มอีก 10% สำหรับสินค้าจากจีน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนนี้ทำให้เงิน JPY ได้รับความนิยมในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
2. ความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยจาก BoJ
ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BoJ) เริ่มแสดงท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core-Core Inflation) ที่ปรับตัวสูงขึ้นถึง 2.5% ในเดือนมกราคม 2025 สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ BoJ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มขึ้น
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของค่าจ้างและกำลังซื้อครัวเรือน ค่าจ้างเต็มเวลาในเดือนธันวาคม 2024 เพิ่มขึ้น 4.8% ขณะที่การใช้จ่ายครัวเรือนขยายตัว 2.7% ในช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Rengo) ยังเปิดเผยว่าค่าจ้างปี 2025 จะปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ย 5.46% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 34 ปี ส่งสัญญาณความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน
ด้วยปัจจัยบวกเหล่านี้ ตลาดการเงินเริ่มคาดการณ์ว่า BoJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคมหรือกลางปี 2025 โดยนักวิเคราะห์มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับเพิ่มเป็น 1% ภายในสิ้นปีนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงิน JPY มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนปรับพอร์ตลงทุนใน anticipation ของการปรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของญี่ปุ่น
3. การแข็งค่าของ USD และผลกระทบต่อ USD/JPY
แม้ค่าเงิน JPY จะมีแนวโน้มแข็งค่าจากปัจจัยภายในประเทศ แต่ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury Yields) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี (10-Year Yield) ที่พุ่งสูงขึ้นจากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
ปัจจัยสำคัญที่ยังคงส่งผลกระทบต่อคู่เงิน USD/JPY คือความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ (Yield Spread) ซึ่งในปัจจุบันยังเอื้อประโยชน์ให้กับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงดำรงนโยบายการเงินที่ค่อนข้างเข้มงวด ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เพิ่งเริ่มกระบวนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สถานการณ์นี้ทำให้ความได้เปรียบด้านอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ฝั่งสหรัฐฯ ในช่วงเวลานี้
แนวโน้มค่าเงิน JPY ในปี 2025
ค่าเงินเยน (JPY) มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งด้านเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก จากข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 18 มีนาคม 2025 อัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY มีแนวโน้มขาลงชัดเจน โดยลดลงกว่า 8% จากระดับสูงสุดที่ 158.88 ในเดือนมกราคม มาสู่ระดับ 146.54 ในเดือนมีนาคม
ในแง่ของแนวรับและแนวต้าน ระดับสำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่ แนวรับที่ 149.00 ซึ่งหากราคาหลุดระดับนี้ อาจเปิดทางไปสู่ 147.00 และ 144.80 ขณะที่แนวต้านหลักอยู่ในช่วง 150.70-151.50 หากราคายังไม่สามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นการยืนยันแนวโน้มขาลงต่อไป นอกจากนี้ ตัวชี้วัดทางเทคนิค เช่น RSI ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเส้น 50 และราคาที่อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วัน (SMA 30) ต่างสะท้อนถึงแรงขายที่ยังคงแข็งแกร่ง
แนวโน้มค่าเงินเยนในปีนี้ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจนำไปสู่สงครามการค้า ความคาดหวังการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) หลังจากเศรษฐกิจภายในประเทศส่งสัญญาณแข็งแกร่งขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยตัวชี้วัดสำคัญ เช่น การเติบโตของค่าจ้างและกำลังซื้อครัวเรือน ต่างบ่งชี้ว่า BoJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้
สำหรับนักลงทุน ควรจับตาการเคลื่อนไหวของคู่เงิน USD/JPY ในกรอบ 149.00-151.50 รวมถึงนโยบายการเงินของทั้ง BoJ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รวมถึงความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ โดยหากสงครามการค้ารุนแรงขึ้นหรือ BoJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยจริง ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าต่อไป ในทางกลับกัน หากตลาดกลับเข้าสู่ภาวะปกติและดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น คู่เงิน USD/JPY อาจปรับตัวขึ้นได้ นักลงทุนจึงควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด
สรุปแล้ว แนวโน้มค่าเงิน JPY ท่ามกลางสงครามการค้าทรัมป์ 2.0 มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในปี 2025 เนื่องจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนของสงครามการค้า การคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BoJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังอัตราเงินเฟ้อและค่าจ้างในประเทศเพิ่มขึ้น และแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ยังได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง แนวโน้ม JPY ในปีนี้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสงครามการค้า การขึ้นดอกเบี้ยของ BoJ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับความผันผวนของตลาด
คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
การกลับสู่ค่าเฉลี่ยเป็นกลยุทธ์การซื้อขายที่ทำกำไรได้หรือไม่ ค้นพบวิธีการทำงาน ตัวบ่งชี้ที่สำคัญ และดูว่าสามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในตลาดปัจจุบันได้หรือไม่
2025-04-02ใบอนุญาต Forex คือใบอนุญาตที่ออกโดยหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งการเลือกโบรกเกอร์จำเป็นต้องเช็คใบอนุญาตที่มีมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยต่อการลงทุน
2025-04-02เหตุใดหุ้น NVIDIA จึงร่วงลง ค้นพบสาเหตุเบื้องหลังการร่วงลง รวมถึงความรู้สึกของนักลงทุน ภัยคุกคามจากการแข่งขัน และการคาดการณ์สำหรับปี 2025 และปีต่อๆ ไป
2025-04-02