
ETF ย่อมาจาก "Exchange-Traded Fund" หรือ "กองทุนรวมดัชนีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์" เป็นการรวมหุ้นหลายตัวไว้ในกองทุนเดียว แล้วซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง เช่น หากนักลงทุนต้องการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี แต่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกตัวไหน การซื้อ ETF กลุ่มเทคโนโลยี ก็เปรียบเสมือนการถือหุ้นของหลายบริษัท เช่น Apple, Microsoft และบริษัทเทคอื่น ๆ พร้อมกันในครั้งเดียว
ETF CFD เป็นการซื้อขายส่วนต่างของราคา ETF โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริง ไม่ต้องเปิดบัญชีหลักทรัพย์ และไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมฝากถอน เหมาะกับการเทรดระยะสั้น การใช้เลเวอเรจ และกลยุทธ์ทั้งขาขึ้น/ขาลง
ไม่ต้อง คุณสามารถเทรด ETF CFD และทำกำไรได้จากความผันผวนของราคาบนแพลตฟอร์ม EBC และไม่ต้องถือสินทรัพย์ ETF จริง
ETF CFD มีต้นทุนหลักคือค่าสเปรดและดอกเบี้ยค้างคืน ซึ่งโดยรวมต่ำกว่าค่าธรรมเนียม ETF แบบดั้งเดิม ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับสินค้า สถานะ และสภาวะตลาด โดยยึดตามข้อมูลบนแพลตฟอร์มเป็นหลัก
ได้ ซึ่งแตกต่างจาก ETF แบบดั้งเดิมที่เปิดได้แค่สถานะซื้อ ETF CFD รองรับการขายชอร์ต ซึ่งช่วยให้มีความยืดหยุ่นในเชิงกลยุทธ์ทั้งในตลาดที่ผันผวนและในตลาดขาลง
เนื่องจาก ETF CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจ (leverage) จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์การเทรด และมีความเข้าใจเรื่องความเสี่ยง หากเป็นเทรดเดอร์มือใหม่ ควรฝึกฝนด้วยบัญชีทดลอง (demo account) เพื่อทำความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์ก่อนเริ่มเทรดจริง
ค่า β (Beta) คือค่าที่ใช้วัดว่า ETF มีความผันผวนมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม พูดง่าย ๆ คือดูว่าเวลาตลาดขึ้นหรือลง ETF ตัวนั้นเคลื่อนไหวแรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับตลาด
หาก β = 1 ETF จะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับตลาด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนตามแนวโน้มตลาดโดยรวม เช่น ETF ขนาดใหญ่สายตลาดรวมอย่าง SPY หรือ VOO
หาก β > 1 ETF มีความผันผวนมากกว่าตลาด เวลาตลาดขึ้นก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่เวลาตลาดลงก็มักจะลงแรงกว่าเช่นกัน จึงถือเป็นสินทรัพย์สายเติบโตหรือสายเสี่ยงสูง เช่น SMH และ QQQ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับหุ้นเทคโนโลยีหรือธีมการเติบโต
หาก 0 < β < 1 ETF มีความผันผวนน้อยกว่าตลาด จัดเป็นสินทรัพย์เชิงป้องกัน (Defensive) เช่น XLU และ XLV แม้อาจทำกำไรได้ไม่แรงในช่วงตลาดขาขึ้น แต่เวลาตลาดปรับตัวลง มักขาดทุนน้อยกว่า จึงช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตได้
หาก β < 0 มักเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวสวนทางกับตลาด เช่น TLT หรือ Inverse ETF บางประเภท ที่อาจปรับตัวขึ้นเมื่อตลาดโดยรวมปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม ค่า β คำนวณจากข้อมูลในอดีต ใช้เพื่อช่วยวิเคราะห์ลักษณะความผันผวนเท่านั้น และไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต